18 May 13 (ฝัน-เรื่องสั้น)

posted on 19 May 2013 00:04 by karlwares in story
 
 
"เฮ้อ ร้อนจังเลยน้า" ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองขณะเดินไปตามทางแคบๆ หลังกลับจากสวนสนุก

แม้แดดที่ส่องลงมาจะไม่แรงนัก แต่ก็เรียกได้ว่าร้อนอยู่ดี เพราะฉันกำลังเดินอยู่กลางแดดโล่งๆ ไม่มีอะไรมาปิดบังแม้แต่เมฆสักก้อน ที่ๆ ดูน่าจะเย็นหน่อยก็มีแต่ในคูน้ำข้างทางที่กำลังเดินอยู่เนี่ยแหละ ติดที่ว่าน้ำมันสีแปลกๆ ไปหน่อย ไม่งั้นป่านนี้คงกระโดดลงไปแล้ว.. ก็ว่าไปนั่น ไม่ทำจริงหรอก

มือข้างที่ว่างจากการจับเป้ที่สะพายอยู่บนหลัง ยกขึ้นมาลูบเหงื่อที่ไหลลงมาตามต้นคอไปตามไรผม ผมซอยสั้นสีดำเป็นทรงตอนนี้เปียกเหงื่ออยู่ไม่น้อย เป็นความรู้สึกที่น่ารำคาญมากขอบอก

เสียงเด็กๆ วิ่งเล่นหัวเราะดังมาจากข้างหลังไกลๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพียงเดินหลบไปข้างๆ เล็กน้อยโดยไม่หันกลับไปมอง


พลั่ก


!!!!


ตูม ซ่า!


อืม.. หายร้อนแล้ว ซะที่ไหนเล่า!

อย่าไปคิดว่าจะมีฉากที่มีคนกระโดดลงน้ำมาช่วยเลย เพราะมันไม่มีหรอก ฉันรีบตั้งสติแล้วปล่อยให้ตัวลอยขึ้นเหนือน้ำ เอื้อมมือไปเกาะขอบข้างทางแล้วสำลักอย่างแรง โชคไม่ดีตรงที่ตอนตกน้ำ ตกใจไปหน่อยเลยเผลออ้าปากรับน้ำเข้าไปเต็มๆ.. เปรี้ยวมาก...

"ดูสิ มีคนตกน้ำด้วยล่ะ ฮะๆ" เสียงหัวเราะดังขึ้นเหนือหัว ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง ฝ่ายนั้นสบตากลับมาส่งยิ้มให้แล้วเดินจากไป ไม่มีความคิดที่จะยื่นมือมาช่วยเหลือแม้แต่น้อย

บอกแล้ว ไม่มีใครมาช่วยหรอก.. ฉันถอนหายใจเงียบๆ ถอดเป้ที่ตกลงน้ำมาพร้อมกัน ก่อนจะเหวี่ยงขึ้นไปก่อน แล้วพยายามปีนตามขึ้นไป


...ไม่ขึ้น...


ไม่รู้ว่าน้ำมันลึกจนขาแทบเหยียบไม่ถึง หรือขอบข้างทางมันสูงเกินกันแน่ แต่ก็เอาเถอะ ขึ้นแบบทุลักทุเลหน่อยคงไม่เป็นไร ยังไงแถวนี้ก็ไม่มีคนแล้ว

ฉันกลั้นหายใจทิ้งตัวลงไปในน้ำอีกรอบ เพื่อให้ขาลงไปยันพื้นแล้วดีดตัวขึ้นมา ถึงจะขึ้นมาได้ครึ่งตัวแต่ก็ถือว่าดีกว่าแช่อยู่ในน้ำ แล้วพยายามลากขาที่หนักอึ้งเพราะเสื้อผ้าชุ่มน้ำให้ขึ้นมาอยู่บนบกตาม

"โอ๊ะ" ความรู้สึกเจ็บแปลบที่เข่าทำให้ฉันต้องก้มลงไปมอง พบรอยแดงอ่อนๆ อยู่บนหัวเข่า สงสัยจะพลาดโดนหินบาดตอนตกลงไปในน้ำเมื่อกี๊ล่ะมั้ง แถมยังโชคดีเหลือเกินที่มาเป็นเอาวันที่เขาใส่กางเกงขาสั้นออกมาเที่ยว ส่ายหน้าให้กับความโชคดีของตัวเองขณะควานหาทิชชู่ ยา และพลาสเตอร์ในกระเป๋า ก่อนจะนึกได้ว่าที่ตกน้ำตะกี๊มันคงเปียกหมดแล้วมั้ง

เงาที่ทาบทับลงเหนือหัวทำให้เขาต้องหยุดมือจากกระเป๋าแล้วหันขึ้นไปมอง.. เด็กผู้หญิงมัดผมผิวสีแทนกำลังจ้องมาที่หัวเข่าของเขา

"..." เด็กสาวไม่พูดอะไร ฉันเองก็ไม่พูดอะไร มีเพียงเสียงลมเท่านั้นที่ทำให้แถวนี้ไม่เงียบจนเกินไป

ฉันกลับไปหาของในกระเป๋าช้าๆ พลางคิดเรื่อยเปื่อย เด็กคนนี้เป็นใครกันนะ แล้วจ้องเขาทำไม ถึงหัวเข่าจะมีแผลแต่มันคงไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นซักหน่อย หรือแถวนี้ไม่เคยมีคนเป็นแผล?

เด็กสาวผิวแทนนั่งลงข้างๆ พร้อมตลับสีเงินหม่นในมือ ฉันเหล่มองอย่างสงสัยขณะที่มือยังคงทำเป็นควานหาของในกระเป๋า

แล้วจู่ๆ เธอก็ดึงขาฉันลงไปในน้ำ
 

เฮ้ย!!!
 

ฉันที่ไม่ทันตั้งตัวแทบจะตกลงไปในน้ำอีกรอบ แต่สภาพก็กึ่งๆ ละนะ ในเมื่อลงไปในน้ำครึ่งตัวแล้ว! แขนอีกสองข้างพยายามยันตัวเองไว้เต็มที่เพื่อให้ไม่ต้องตกลงไปในน้ำอีกรอบ

"ทำอะไรของเธอน่ะ!?" เขาสะบัดหัวหันไปมองหน้าเด็กสาวที่ตอนนี้ก็ลงไปในน้ำด้วยแล้ว..

ห๊ะ??

เห๊ะ??

..เอ๊ะ!?

"จะทายาให้นะ?" เด็กสาวพูดเรียบๆ แล้วเปิดตลับสีเงินหม่นใต้น้ำ ทันใดนั้นน้ำที่สีขุ่นก็ค่อยๆ ใสขึ้นอย่างช้าๆ ฉันเบิกตากว้าง

เด็กสาวเอานิ้วป้ายลงไปในตลับแล้วยกขาข้างที่บาดเจ็บของฉันขึ้นมา ป้ายลงไปบนแผล แล้วถู.. อย่างแรง...
 

ว้อท!!

นี่ตกลงจะช่วยทำแผล หรือทำให้มันแย่ลงห๊ะ!?
 

"...ทำอะไรของเธอ" ถามด้วยคำถามเดิม แต่ด้วยอารมณ์ที่แตกต่าง

"ขับไล่เชื้อโรคนะ เดี๋ยวแผลอักเสบ ต้องตัดขาออกนะ?" ปากตอบเรียบๆ แต่มือที่กดลงมาบนบาดแผลยังคงหนักหน่วง

ถึงแผลจะไม่ได้ลึกอะไรมาก เป็นแค่รอยถลอกด้วยซ้ำ แต่โดนแบบนี้มันเหมือนยิ่งไปซ้ำเติมให้เจ็บหนักกว่าเดิม ถามว่าเจ็บมั๊ย.. ก็เจ็บน่ะเซ่!

"เฮ้ย.. ถึงขั้นต้องทำให้เลือดตกยางออกเลยเหรอ..." เสียงเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ เพราะแผลถลอกเล็กๆ เมื่อกี๊เริ่มมีเลือดซึมออกมาแล้ว

เด็กสาวเอียงคอ "เลือดออกสิดี?" ดีบ้านเธอสิ! อ๊ะ จริงสิ.. ตอนนี้เราอยู่ในที่ๆ เราไม่คุ้นเคยนี่นะ ที่นี่อาจจะมีธรรมเนียมแปลกๆ อย่างเวลาได้รับบาดเจ็บ ต้องทำให้เจ็บกว่าเดิมเพื่อเป็นการเอาเชื้อโรคออกก็เป็นได้... พ่องสิ ทฤษฎีนี้ตูรับไม่ได้โว้ยยย เอาเหอะ อยากทำอะไรก็ทำไป อย่างมากก็แค่ต้องไปหาหมอ กับตัดเนื้อตรงขาทิ้ง ถ้าเกิดมันเน่าขึ้นมา คิดแล้วน้ำตาก็จะไหล อ๊า..

เขาเบนนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มออกไปมองใต้น้ำที่เริ่มมองเห็นพื้นที่เรียงรายไปด้วยหิน น้ำสะอาดใสจนรู้สึกเหมือนที่ตัวเองเห็นน้ำสีแปลกๆ เมื่อกี๋เป็นเพราะแดดที่แรงไปจนทำให้เห็นภาพหลอน

"เสร็จแล้ว"

"โอ้ ขอบคุณ"

!!!

แผลหายไปแล้ว! นี่มันอะไรก๊านนนน!!

นัยน์ตาเบิกกว้าง แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเด็กสาวที่กำลังปิดตลับสีเงินหม่น แล้วปีนขึ้นข้างทาง

"แผลหายแล้ว.. ได้ยังไง?" ฉันพึมพำกับตัวเอง

"เอ๊ะ? เพราะทายาไงคะ?" เด็กสาวนั่งยองๆ แล้วยื่นมือมาช่วยฉุดให้ฉันขึ้นไป.. น่าอายนิดๆ นะ ต้องให้เด็กมาช่วยเนี่ย

"แถวบ้านฉัน แค่ทายาเฉยๆ แผลไม่หายทันทีหรอกนะ"

"เอ๋? พี่ชายไม่ได้อยู่แถวนี้เหรอ? มาจากไหนคะ? แล้วมาทำอะไร? มาเที่ยว?" เด็กสาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้

"อ.. อา.. จะว่ามาท่องเที่ยวก็ถูกล่ะนะ อืม.. พี่มาจากประเทศอื่นน่ะ"

"เห สุดยอดเลย เดินทางคนเดียวเหรอคะ?"

ฉันส่งยิ้มให้เด็กสาวก่อนมองขึ้นท้องฟ้าที่แสงแดดหายไปหลบอยู่หลังเมฆ "อืม คนเดียว"

สายลมพัดมาอีกครั้ง เสียงใบไม้เสียดสีและเสียงกระแสน้ำไหลชวนให้รู้สึกสงบใจเป็นพิเศษ
 

โครก..
 

...จ้ะ บรรยากาศเสียหมดเลย..
 

ฉันหันไปมองเด็กสาวที่มองมาทางเขาตาแป๋ว ก่อนจะก้มลงมองท้องตัวเองที่ส่งเสียงร้องขึ้นมาอีกรอบ แล้วหัวเราะอย่างเขินๆ

"ถ้าหลังจากนี้เธอว่าง ไปกินข้าวด้วยกันมั๊ย? ถือว่าตอบแทนเรื่องทำแผลให้เป็นไง?" นัยน์ตาสีเขียวแป๋วเป็นประกายจ้องกลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีอย่างกลั้นไม่อยู่ แล้วพยักหน้ารัวๆ ก่อนรีบฉุดฉันให้ยืนขึ้น

"เอ้าๆ ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวก็พากันตกลงไปในน้ำอีกรอบหรอก"



(ฝันระหว่างที่หลับไปตอนช่วงบ่ายฮะ ตื่นมายังรู้สึกเหมือนเจ็บเข่าอยู่เลย แต่พอจับแล้วก็ไม่เจ็บนะ.. น้ำเปรี้ยวด้วย...)