เรื่องดี เรื่องร้าย บ่น ๆๆๆ
posted on 08 Oct 2006 11:33 by karlwares in Diaryอืม...วันนี้มีหลายเรื่องเลยแหละ...
เรื่องแรก ตอนนี้ปิดเทอมแล้วเย้ ~ (แล้วพึ่งจะมาอัพ...) พอดีช่วงปิดเทอมแรก ๆ มันยุ่งอ่ะน้า -- * --
ปิดเทอมแล้ว...ก็นั่งเซ็งไปตามระเบียบ...รอไปงานหนังสือโลด... ก็กะจะไปซักประมาณวันที่ 22 - 23 ...สองวัน...ไม่แน่ใจว่าจะได้ไปจริงรึเปล่า...แต่อยากไปอ่า
ปิดเทอมแล้ว...แต่ทำไม๊ไมพี่เรายังต้องไปเรียน (ก็เค้าไปเรียนพิเศษ...) ทุกวันด้วยต่างหาก...
เรื่องที่สอง เรื่องไรดีล่ะ...เรื่องที่ทำให้เรายุ่งตอนปิดเทอมแรก ๆ เลยละกันเนาะ...
คือว่า...ช่วงนั้น..มันตรงกับวันที่...
ย่าเราเสีย...
ตอนก่อนนั้น..พ่อของพ่อเราโทรมา...จะคุยกับพ่อเราที่เพิ่งกลับมาบ้าน...ตอนรับก็ฟังอ่ะนะ น้าเสียงมันแปลก ๆ ...ยิ่งพอเห็นท่าทางของพ่อที่พอคุยเสร็จแล้วรีบออกไปเนี่ย...มันยิ่งเป็นพิรุจน์ ตอนนั้นมันก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก ไม่ได้คิดเผื่อว่ามันจะเป็นอย่างงี้..อย่างมากก็ป่วยเข้าโรงพยาบาล....เรากะจะรอพ่อ...แต่เผอิญพรุ่งนี้เราต้องไปสอบต่อ...ก็เลยไปนอน ตื่นมาตอนเช้าก็ไม่มีอะไรผิดปรกติ..
จนถึงตอนเย็น (วันศุกร์) .....
น้องกลับมาจากตลาดพร้อมพ่อกะแม่...แล้วน้องก็เข้ามาบอกว่า..."รู้ยังว่าจะไปงานอะไร" เราก็ไม่รู้อ่ะนะ...น้องเราเลยบอกว่า "ไปงานศพ.." เราก็งงอีก...งานศพใครล่ะเออ...พอลองคิดถึงเรื่องเมื่อคืน...เรื่องมันเริ่มปะติดปะต่อใช่ไหม..แล้วน้องก็เฉลย..."งานศพอาม่า.." ย่าเราอ่ะ...ตอนนั้นเราอึ้งไปเลยอ่ะนะ...ไม่ได้คิดเผื่อไว้ว่ามันจะร้ายแรง...ขนาดนี้...
พ่อก็เลยบอกว่า...กลับไปบ้าน ให้รีบไปอาบน้ำแต่งตัว...แล้วก็ไปงาน...ที่วัดเสมียนนารี ตอนแรกก็เฉย ๆ อ่ะนะ ไม่ได้ร้องไห้อะไร...พ่อก็ให้เรารับซองที่เค้ามาทำบุญ...พอทุ่มนึงพระก็สวด...วันนั้นพี่ยังไม่ไปด้วย...เพราะพี่ไปเข้าค่ายธรรมะ พอพี่กลับมาน้องตัวดีมันก็บอก...อาม่าเสีย...พี่เรางี้ร้อง หา !! แทบลั่นบ้าน...โดยที่ไม่ต้องสงสัยอะไรเลย...กลับมาวันแรก...ก็ร้องไห้ไปตามระเบียบ...
วันที่สองก็ไม่ได้ต่างอะไร...เหมือนเดิม...ไปงานก่อนแขก...หนึ่งทุ่มนั่งฟังพระสวด...(ระหว่างพระสวดมีไฟดับด้วยเออ...) พอพระสวดจบก็รอแขกกลับ แขกกลับหมด ก็กลับบ้าน...ประจำ...
วันสุดท้ายวันเผา...วันที่ 4 ตุลาคม 2549...(คงไม่มีใครคิดว่าเป็นปีอื่นหรอกใช่ไหม...) ต้องไปงานตั้งแต่เช้า...จริง ๆ ญาติเราเค้านัดกันซะ 8 โมง...แต่เราดันไปถึง 9 โมงกว่า...เอาน่า...หยวน ๆ กัน...แล้วก็นั่งฟังพระสวดตั้งกะเช้า...ตอนเที่ยงก็กินข้าว..กินเสร็จตอนบ่ายก็ฟังพระท่านเทศน์...แล้วก็นั่งทำสมาธิ...จากนั้นก็นั่งรอแขกจนเย็น...ประมาณ บ่าย 3 กว่า ๆ ก็เคลื่อนศพ...ประมาณ 4 โมงกว่า ๆ แขกก็มา...ระหว่างรอเราก็ถ่ายรูปไปเรื่อย...วันนั้นทั้งวันถ่ายไปร้อยกว่ารูป...(ตอนหลังมานั่ง งง ทำไมถ่ายเยอะจัง...) แล้วพอแขกมาครบ...(ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่...ตอนนั้นเรานั่งหลับ =_= มันเบื่อนี่...) ตื่นมาอีกที...เรียกว่ารู้สึกตัวอีกทีดีกว่า...ตอนนั้นเค้าก็กำลัง...ทำอะรซักอย่าง - - เรียกไปถูกอ่ะนะ...ข้ามไปเลยละกัน...แล้วก็ถึงตอนจะเผา...เค้าก็ให้ลูกหลานไปลา...พอลาเสร็จเห็นรูปย่า...แทบจะปล่อยโฮเอากลางงาน...กลั้นน้ำตาจนตาแดงไปหมด (ไม่รู้ตัวเองเป็นรึเปล่า...แต่ที่แน่ ๆ ญาติเราอ่ะชัวร์..กลั้นน้ำตากันตาแดงเถือก...)
...จบเรื่องเศร้าไว้แค่นี้ดีกว่าเนาะ =_= ...
เรื่องที่สาม เรื่องไรดี...บ่นเรื่องน้องสาวไม่แท้ละกันเนอะ...(จะบ่นทั้งบลอกเลยใช่มั๊ยเนี่ย...) วันแรกที่เธอมา (4 ขวบ...-*-) ตอนนั้นเรายังอยู่ในช่วงสอบ...ตอนเช้าเราตื่นมาก็ดูการ์ตูน...เที่ยงก็กินข้าว...ตอนบ่าย ๆ กะจะอ่านหนังสือ...(แอบเปิดแอร์ ^__^) แล้วตอนเราอ่านหนังสือไปได้ไม่ถึง 10 นาที...เธอก็เข้ามา...สำรวจห้องเรา (?) เดินไปเจอนี่...ถาม..นี่อะไร ของใคร เอาไปทำไม ขอได้มั๊ย...บลา ๆๆๆๆ ตอนแรก ๆ ก็เฉย ๆ แต่พอนาน ๆ เข้า...มันก็เริ่มรำคาญ เพราะคุณเธอถามไม่หยุดเลย...เจอนั่น ถามมม...เจอนี่ ก็ถามมม...แบบว่าอะไรขวางหน้าเธอถามหมด...จนเราต้องอัญเชิญคุณเธอออกไปข้างนอกพร้อมลูกอมหนึ่งเม็ดที่มันข้างแหงกติดกระเป๋าเรามา...สุดท้ายก็ไม่มีอารมณ์อ่านหนังสือ...(หาเรื่องอู้สิไม่ว่า)
เรื่องที่สี่ จะขอบ่น (อีกแล้ว..) เรื่องเพื่อนในกลุ่มหลาย ๆๆๆๆๆ คน แต่ไม่มากเท่าไหร่...
คนแรก...แป้งก่อนเลย ---- แป้งรู้ตัวบ้างมั๊ยเวลาเราคุยเอ็มกับแป้งทีไร...แป้งทำเอาเราหงุดหงิดได้ทุกที ถึงแม้ก่อนหน้านั้นจะอารมณ์ดีสุด ๆ ก็เหอะ...ที่เป็นอย่างงี้เพราะคุณเธอซื่อจัด...ซื่อจนเซ่อออ แบบว่าต้องอธิบายซะละเอียดยิบ ๆๆๆ เจ๊เค้าถึงจะเค้าใจได้...แล้วเธอก็เป็นคนที่พูดแบบไม่ไว้น้ำใจใครเลย โดยที่เจ๊เธอไม่รู้ตัวเช่นกัน...พูดแบบ...ทำเอาเราหมดอารมณ์คุยไปเลย ว่างั้น...อย่างตอนนู้นนนน วันเกิดแป้ง...เรารึอุตส่าห์ทำบางสิ่งบางอย่างมาให้...ทำด้วยตนเอง ถึงแม้มันจะไม่ได้เรื่อง จะห่วยแค่ไหนก็เหอะ ตอนรับเธอทำหน้าเฉย ๆ เหมือนไม่ชอบยังไงไม่รู้...แล้วมาบ่นเอาตอนหลัง...ทำเอาเราหงุดหงิดไปเลย....
คนที่สอง...จอยละกัน ---- เราว่าจอยก็เป็นเพื่อนที่เราปรึกษาได้คนนึงอ่ะนะ เสียแต่ว่าเราไม่ชอบปรึกษาใคร ชอบคิดเองจนดูเหมือนเก็บกด...-*- เท่าที่เราดู จอยก็เป็นเพื่อนที่ดีสำหรับเราคนนึง...เสียแต่ว่า...จอยชอบปรึกษาเรา แล้วก็ดันเกรงใจเรา...ทำเอาเราพลอยคิดมากแทนอยู่เรื่อย...=_= '' แต่ช่างมันเถอะ...ตามสโลแกนบ้านคิล เพื่อนมีไว้ลำบาก...
คนที่สาม...ไอ้...ขุนหื่นชาโระ...(แนน) ---- รู้มั๊ยว่าตอนที่ไอ้ปาล์มมันวาดรูปให้แล้วเรามาเปิดดูตอนหลังอ่ะ...แล้วเขียนว่า ขุนหื่นชาโระ เรานั่งขำอยู่คนเดียวอ่ะ...(ไว้เดี๋ยวแสกนใช้ได้ จะแสกนลงมาให้ดู..) เท่าที่เราดูแนนก็เป็นเพื่อนที่ดีได้แบบจอยอ่านะ...พเยงแต่ว่าถ้าแกลดความหื่นลงหน่อย...(มาแฉเพื่อนตัวเองซะงั้น) ไม่มีอะไรจะบ่นแนนว่ะ...
คนที่สี่...เมื่อพูดถึงไอ้แนนต้องพูดถึงไอ้แบ๊งค์...(เพราะเราคู่กัน..) ---- ไอ้แบ๊งค์...แกรู้มั๊ยว่าแกเป็นคนที่ทำให้เราขำได้เสมอ...แม้บางทีแบ๊งคฺจะน่ารำคาญไปหน่อยก็ตาม คือตอนที่แกกรี๊ด...เสียงโคตรแหลม แล้วหน้าอย่างแกไม่ได้ให้เลยเวลาแกเต้น...ทุเรศ...แต่เราก็นั่งขำ =_= แล้วรู้มั๊ยว่าแกหน้า...หนาโคตรรรร...ไม่รู้ฉาบปูนไปกี่ชั้น...ไม่มีอะไรจะบ่นเหมือนกันแฮะ...
คนที่ห้า...ปาล์ม ---- แกชักจะวาดรูปเก่งเกินหน้าเกินตานะเฟร้ยยยย...ช่างมันเหอะ...มันบอกว่ามันวาดรูปตั้งแต่อยู่ประถม...พรสวรรค์รึเปล่าน่ะแก...หน้าปาล์มเหมาะมากที่จะให้เล่นบทคนเอ๋อรับประทาน...แถมตัวแกยังขาววววโคตร...จนเพื่อนคนอื่น ๆ เค้าเรียกกันเล่น ๆ ว่า จูออน...ได้ยินแล้วอยากจะนั่งขำ...อืมมม แล้วตอนนั้น...นู้นมากกว่า เพราะเป็นปีที่แล้ว วิชาคอมที่ครูให้ทำแฟลช...แล้วตอนที่ครูเอาผลงานแกมาโชว์ให้ห้องเราดู (อยู่คนละห้องกัน..) ครูเค้าก็ชมใหญ่เลยนะ...บอกว่าอย่างโน้นอย่างนี้...พอไปถามตัวจริงเข้าล่ะ...มันบอกขี้เกียจ =_= '' แต่งานที่ขี้เกียจของแกมันดันออกมาสวยอ่ะเออ...
คนที่หก...พ้อยท์ ---- พ้อยท์เก่งคณิตจนน่าอิจฉา...ตอนแรก ๆ พ้อยท์ไม่เคยชนะเรา แต่ตอนนี้ทำไมเราไม่เคยชนะพ้อยท์หว่า...-_- a เอาเหอะ...เรื่องเก่งเลขต้องยกให้พ้อยท์เป็นที่หนึ่งไปเลย...เรื่องไรอีกดีล่ะ...เผาตอนสอบดีกว่าเน้อออ...^__^ วันที่สอบตอนพักเที่ยงอ่า..จริง ๆ เค้าให้นั่งอ่านหนังสือใช่ม้า...พ้อยท์ดันชวนเพื่อนเล่น...มอญซ่อนผ้า...กับ จ้ำจี้...=_='' (นี่เพื่อนเราเหรอเนี่ยยยยย..) เอาเหอะ ถึงจะบ่นแต่เราก็เล่นอ่ะนะ...ไม่เคยชนะซักที...
คนที่เจ็ด...แคท ---- จะนับเธอดีมั๊ยนะ เพราะตอนนั้นเธอบอกว่า เธอไม่ได้อยู่ในกลุ่ม...ช่างมันเถอะ...เธอรู้มั๊ยว่าเธอคุยโทรศัพท์เก่งที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา...ตอนไหนเธอว่างเธอโทรรได้หมด..
คนสุดท้าย...ไอ้กิ๊ก ---- อืมมม...เราอยากจะบอกว่าเรารับนิสัยแกไม่ได้จริง ๆ ว่ะกิ๊ก...ตอนแรกก็เฉย ๆ อ่ะนะ...เราพอจะดูท่าทีออก...เพราะเราเริ่มเป็นคนคิดมาก มันดูเหมือนกับว่าแกไม่ยอมรับเราเป็นเพื่อนยังไงยังงั้น...เรารู้ เราดูท่าทีออก แต่เราทำเป็นไม่รู้ไม่เป็นเอง...เรายังคงทำเฉย ๆ กับแกเรื่อยมา จนถึงวันที่เราหมดความอดทน...วันนั้นวันพุธ เรียนคาบลูกเสืออยู่...เค้ามีสอบเก็บคะแนน...แล้วเค้าต้องใช้อุปกรณ์ ทีนี้ไม่มีคนเตรียมมาเลย แต่ด้วยความที่เราพกติดเป็นนิสัยเลยให้ยืม...พอไอ้กิ๊กมา...รู้มั๊ยมันทำยังไง พอเราแกล้งบอกว่าไม่ให้ยืม......มันด่าเรา....ดูมันทำ....จากตอนแรกที่เราจะให้มันยืม เลยเปลี่ยนใจไม่ให้มันเลย...แล้วสัปดาห์ต่อมาตอนใกล้จะเลิกละมั้ง...มันถามเพื่อน...ใครไม่รู้...เพราะหลังจากวันนั้นเราก็ไม่คุยกันมันอีกเลย มันถามว่า "ถ้าอีนังตุ๊ดแบ๊งค์ มันจมน้ำแล้วร้องกรี๊ด แกจะช่วยมันมั๊ย..." คนเดียวกะแบ๊งค์ข้างบนนั่นล่ะ...เผอิญว่ามันเป็นตุ๊ด...แล้วคำตอบที่มันตอบออกมาทำให้เรานั่งนิ่งไปเลย...มันตอบว่า "เราจะไม่ช่วยว่ะ ปล่อยให้มันจมน้ำตายไปเลย..." เราไม่รู้ว่าตอนนั้นมันพูดจริงรึเปล่า...แต่สัมผัสส่วนลึกของเรามันบอกว่ามันพูดจริง...แล้วพอเราเอาเรื่องนี้ไปถามไอ้แบ๊งค์ มันตอบว่า "ก็ต้องช่วยสิ ยังไงเราก็เพื่อนกัน..." ถึงตอนแรกมันบอกว่าจะไม่ช่วยก็เหอะนะ...แต่เราดูก็รู้ว่ามันพูดเล่น ฟังแต่เสียงเรายังรู้...กิ๊ก...แกรู้มั๊ยว่าแกทำให้เราความรู้สึกแย่ถึงเพียงไหน...แต่มันทำใจไม่ได้โว๊ยยยที่มีเพื่อนแบบนี้...อย่างตอนสอบ (แฉเพื่อนอีกแล้ว...) ที่พ้อยท์แอบบอกข้อสอบแกตอนจะออกจากห้องสอบข้อนึง...แต่แกก็ไม่เชื่อ ดันไปเชื่ออีกคนนึงที่มันฉลาดน้อยกว่าพ้อยท์...แล้วพอผิดแกก็โทษคนอื่น...แกโทษคนอื่น...แกไม่เคยโทษตัวเองเลยทั้ง ๆ ที่ตัวแกเองนั่นแหละที่ผิด...แกชอบทำเหมือนตัวเองดีกว่าคนอื่น...อย่าคิดว่าแก่ที่สุดในกลุ่มแล้วจะมาทำวางอำนาจอย่างนี้แล้วเราที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มจอยอมหรอกนะ...ไม่ใช่ว่าใครจะยอมแกตลอดเวลาหรอก...แกเองก็ไม่ได้ดีเลิศไปกว่าคนอื่นเลย...เรามันก็คนธรรมดาเหมือนกัน อย่าบอกนะว่าแกมีอำนาจล้นฟ้า...เหนือกว่าคนอื่น เก่งกว่าคนอื่น...อย่างแกมันก็คนธรรมดา ๆ ไม่ได้เลิศเลอมีอำนาจมาจากไหนหรอก...
โอ๊ย ! พอเหอะ...ยิ่งพูดไปมายิ่งวกวนโว๊ยย...=_=''
เอาเป็นว่าพอแค่นี้ละกันดีไหม...??
อัพบลอก (บ่น) มายาวเหยียดขนาดนี้...จะมีใครอ่านมาถึงตรงนี้บ้างไหมเนี่ย.....ช่างมัน
ปล. ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้นต์เน้ออ ^__^
คิดมากหน้าแก่นะคะ..กริ้ววววววว ~~
#1 By ✿✿ KLARINESTIEz || 어떡하죠 멀어져 가네요 ☆★ on 2006-10-10 04:45